Archive for December, 2007
สำหรับการ bid keyword ที่เราใช้ทำการโปรโมทสินค้าของเรานั้นนะครับอาจจะมีหลายแนวทาง แต่สำหรับแนวทางที่ผมใช้อยู่ตอนนี้ ผมจะแบ่งยังงี้ครับ
- ช่วงทดสอบสินค้า bid ต่ำที่สุดที่เราสามารถ bid ได้ อย่างตอนนี้ผมจะเน้นที่ YSM ผม bid ช่วงทดสอบ 0.1 (ต่ำสุดของ YSM) และ 0.05 ของ Adcenter ส่วน Adwords ช่วงทดสอบสินค้าผมไม่ยุ่งครับ แน่นอนว่า bid ต่ำสุดมันอาจจะมีคลิกน้อยมากหรือไม่มีเลย อ้าวแล้วจะทำยังไง? ก็หาๆๆๆๆๆ kw เพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ stats หรือผลที่ผมกำหนดไว้นั้นคือ 100 คลิก(ใน YSM ก็เสีย $10, Adcenter $5) ค่อยมาดูว่าสินค้าตัวนี้เป็นยังไงขายได้มั๊ย กำไร หรือว่าขาดทุน ถ้ากำไรถือว่าสินค้าตัวนั้นๆผ่านช่วง test และเราก็จะได้ค่า EPC มาเป็นข้อมูลในการ bid สำหรับขั้นลงทุนต่อไป ส่วนถ้าขาดทุนผมทิ้งไปเลยครับสินค้าตัวนั้นเค้าคงไม่ใช่คู่สร้างคู่สมของเรา(เป็นคู่กรรม เอิ๊กๆ) อ้อในช่วงทดสอบสินค้านี้อาจจะใช้เวลานะครับ เพราะฉะนั้นระหว่างช่วงนี้ผมก็จะหาสินค้าอื่นแล้วก็ทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ ดีกว่ามานั่งรอนอนลุ้น เอ…วันนี้จะขายได้มั๊ยน๊าา เอาเวลานั่งรอไปทำอย่างอื่นดีกว่าครับ
- ช่วงลงทุน เมื่อผมได้สินค้าที่ผ่านช่วง test มาแล้วผมก็จะเริ่มลงทุนโดยอิงจากค่า EPC ที่เราได้จากช่วง test นั่นคือค่า maximun bid ของผมจากนั้นก็เริ่ม track หา kw ที่ทำเงิน ตัด kw ที่ไม่ทำเงินทิ้งไป พอ track ได้ข้อมูลแล้วผมถึงจะเอาไปลองลงใน Adwords ครับ
นี่คือ Flow การทำ aff คร่าวๆ ของผม ยังไงก็ลองดูครับเผื่ออาจจะเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ บางคนได้ แต่ที่อยากฝากไว้คืออย่าทิ้งแนวทางของตัวเอง พยายามหาแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเราจะดีที่สุดครับ
โชคดี รวยๆ ครับ
สำหรับวิธีการในการหา kw นั้นมีหลากหลายมากแต่จากที่ลองๆมา ถ้า bid trademark ได้นี่จะสุดยอดมาก(ต้องดูด้วยนะครับว่า trademark ไหน bid ได้) แต่อย่า bid trademark ของ amazon นะครับโดนแบนแน่ๆ trademark นี่ผมหมายถึงพวกชื่อของสินค้าที่เป็นที่รู้จักกัน แล้วเพิ่ม option kw เข้าไปเช่น buy xxx online, order xxx, looking for xxx, find xxx และอีกเยอะแยะมากมาย เพราะเติม option kw พวกนี้เข้าไปมันจะช่วยในเรื่องของคู่แข่งที่ลดลง หรือบางทีราคา bid อาจจะถูกลงด้วย(เป็นบางตัวนะครับ)
อีกตัวนึงที่ทำกำไรได้ดีแต่อาจจะต้องใช้เวลาหน่อยเพราะคนค้นหาน้อยนั่นก็คือพวก misspelling บางตัวที่ผมทำนี่ conversion เกือบ 100%(อย่ามองข้าม kw ประเภทนี้นะคร๊าบบบอิอิ) เล่ามากๆ เดี๋ยวเบื่อ 55 เอาไปแค่นี้ก่อน(ที่จริงขี้เกียจพิมพ์แระเดี๋ยวจะหาวิธีอื่นอิอิ อาจทำเป็น e-class 555) หวังว่าคงมีประโยชน์ซักกะนิดนะครับ อิอิ เจอกันใหม่ตอนหน้าครับ (เลียนแบบ Dragonball Z 555 ฉายตอนละนิด เซ็ง 555)
มีเพื่อนๆ request มาว่าน่าจะสอนเทคนิคบ้าง ไม่ใช่เอายอดมาโชว์ให้น้ำลายไหลเล่น อิอิ(จริงๆ ไม่ได้อยากเอามาโชว์หรอกครับ แต่ผมว่ามันเป็นแรงกระตุ้นอย่างดีให้กับหลายๆ คน ผมก็เคยถูกกระตุ้นแบบนี้มาแล้ว อีกอย่างก็คืออยากให้มันตรงกับชื่อ Blog ครับ ที่บอกว่า “รายได้จาก internet มันทำได้จริง!”) ก็เอาเป็นว่าต่อไปผมจะพยายามเอาเทคนิคที่ผมใช้โปรโมทสินค้าต่างๆ มาเล่าให้ฟังละกัน(ซึ่งบางอย่างเพื่อนๆหลายๆคนคงพอจะรู้กันบ้างแล้ว)
สำหรับตอนที่ 1 นี้ผมจะบอกถึงวิธีการเลือกสินค้าใน amazon มาโปรโมท OK สำหรับวันนี้พอแค่นี้ครับ….. 555 ล้อเล่นๆ เริ่มกันเลย ตอนนี้สินค้าที่ผมกำลังทำตลาดอยู่สำหรับ amazon มีแค่ 2-3 ตัวเองครับ(รายได้ที่เห็นหลักๆ มาจากสินค้า 2 ตัวแค่นั้นเอง)เวลาผมเลือกสินค้ามาตัวนึงจะเป็นสินค้าที่ราคาถูกบอกเลยคับว่าเป็น หนังสือ กับ dvd ซึ่งสินค้ากลุ่มแรกนี้ผมไม่ได้คาดหวังกำไรมากนัก(แค่ไม่ขาดทุนก็พอ) แต่สิ่งที่ผมคาดหวังจากสินค้ากลุ่มนี้ก็คือ “จำนวน” เพราะ amazon เค้าให้ commission เราเป็นแบบลำดับขั้น ตั้งแต่ 4-8.5% ซึ่งการที่จะได้ % commission เยอะๆ เราก็ต้องขายให้เยอะขึ้น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นข้อดีอย่างมาก เพราะหนังสือราคา $1 ก็สามารถเพิ่มจำนวนการได้ % ค่าคอมมิชชั่นของเราได้ อีกอย่างก็คือกลุ่มสินค้าประเภทนี้ขายง่ายเพราะราคาถูกคนซื้อไม่จำเป็นต้องตัดสินใจอะไรมากมาย
ส่วนสินค้ากลุ่มที่สองที่ผมจะเลือกมาทำพร้อมๆกันกับกลุ่มแรกก็คือสินค้าที่เราหวังจะทำกำไร นั่นคือราคาควรจะสูงพอสมควร ผมจะเลือกอยู่ในช่วงราคา $200-$500 และไม่ใช่สินค้ากลุ่ม electronics(เพราะกลุ่มนี้ได้แค่ 4% และจำนวนของสินค้าที่เราขายได้ในกลุ่มแรกจะไม่ช่วยอะไรเลย) ซึ่งสินค้ากลุ่มที่สองนี้ผมจะพิจารณาเป็นพิเศษ ถ้าจะเอาไปโปรโมทใน adwords คู่แข่งต้องไม่เกิน 2 หน้า ถ้าเป็น adcenter คู่แข่งต้องไม่เกิน 3-4 หน้า ส่วน yahoo นี่ผมเลือกลำดับไม่เกิน 5 โดย bid แบบไม่ให้ขาดทุน(ขึ้นอยู่กับราคาสินค้า สูงสุดไม่เกิน 0.5) สำหรับตอนที่ 1 ก็คงพอแค่นี้ก่อน ผมบอกวิธีเลือกสินค้าที่ผมใช้ทำ affiliate กับ amazon ทีนี้ใครจะลองเอาไปปรับใช้กับของตัวเองก็ได้นะครับ อิอิ blog ผมจะเป็นลักษณะของการเล่าให้ฟังครับ ไม่อยากเป็นวิชาการมาก โชคดีรวยๆครับ



